สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (สปช.)

Population and Community Development Association (PDA)

จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2517 เพื่อดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตชนบทและเขตเมือง และได้ดำเนินงานโครงการต่างๆ มามากกว่า 300 โครงการอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนและร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงสาธรณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ และทิศทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนสอดคล้องไปกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เป็นสถาบันเอกชนเพื่อการสาธารณประโยชน์ ที่ได้รับการพิจารณากำหนดให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีการค้า

ผู้ก่อตั้งสมาคม

pda-fouder-mechai-500x600

นายมีชัย วีระไวทยะ

ผู้ก่อตั้งและนายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน

นายมีชัย วีระไวทยะ ในฐานะผู้นำองค์กรได้รับรางวัลสำคัญๆ หลายรางวัล เช่น รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการสาธารณสุข รางวัล Gates Award for Global Health รางวัลประชากรแห่งสหประชาชาติ และรางวัลรามอน แมกไชไช และที่สำคัญในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 สมาคมฯ ได้รับการยกย่องจาก The Global Journal เป็น 1 ใน 100 องค์กรสาธารณประโยชน์ดีเด่น The Best NGOs ลำดับที่ 39 ของโลก และได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นคณะปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลำดับที่ 170

ศูนย์/สาขา

map-pda-branch-720x1040

ภาคเหนือ

  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานแม่จัน  จ.เชียงราย
  • สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน สาขา  จ.เชียงราย
  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานเวียงป่าเป้า  จ.เชียงราย
  • สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน สาขา  จ.เชียงใหม่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานบ้านไผ่  จ.ขอนแก่น
  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานมหาสารคาม  จ.มหาสารคาม
  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานพุทไธสง  จ.บุรีรัมย์
  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานนางรอง  จ.บุรีรัมย์
  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานลำปลายมาศ  จ.บุรีรัมย์
  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานจักราช  จ.นครราชสีมา
  • สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน สาขา  จ.นครราชสีมา
  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานซับใต้  จ.นครราชสีมา

ภาคตะวันตก

  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานราชบุรี  จ.ราชบุรี
  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานจอมบึง  จ.ราชบุรี
  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค  จ.กาญจนบุรี

ภาคใต้

  • ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานกระบี่  จ.กระบี่

5 ด้าน การดำเนินงานของ
สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน

1. ทำให้ เกิดน้อยลง

โดยได้ร่วมทำงานด้านวางแผนครอบครัวมาตั้งแต่เริ่มต้น

2. ทำให้ ตายน้อยลง

ทำงานด้านสาธารณสุข สุขภาพอนามัย การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี

3. ทำให้ จนน้อยลง

ดำเนินโครงการร่วมพัฒนาหมู่บ้าน ขจัดความยากจน ร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนโดยอาศัยหลักเศรษฐกิจพอเพียง

4. ทำให้ โง่น้อยลง

เริ่มตั้งแต่การให้ทุนการศึกษา อบรมให้ความรู้หลายๆด้านแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ และจัดตั้งโรงเรียนมีชัยพัฒนา เพื่อพัฒนาการศึกษาสู่การเรียนรู้อย่างยั่งยืนตลอดชีวิต

5. ทำให้ งกน้อยลง

ส่งเสริมให้คนมีจิตสาธารณะ รู้จักแบ่งปัน ช่วยเหลือและร่วมเป็นอาสาสมัครเพื่อทำงานพัฒนาสังคมส่วนรวม

กิจกรรมที่ดำเนินงาน

การวางแผนครอบครัวและการสาธารณสุขมูลฐาน

เป็นกิจกรรมแรกเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 โดยมีอาสาสมัครวางแผนครอบครัวชุมชน 12,000 คนใน 16,000 หมู่บ้าน คลินิกชุมชน และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ทำหน้าที่เผยแพร่ให้ความรู้คำแนะนำและบริการอุปกรณ์คุมกำเนิด (ยาเม็ดคุมกำเนิด ถุงยางอนามัย ยาฉีดคุมกำเนิด ห่วงอนามัย) และการทำหมันชาย ดูแลรักษาสุขภาพอนามัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 157 อำเภอ 48 จังหวัด โดยได้รับความสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข และมีส่วนส่งเสริมให้โครงการวางแผนครอบครัวของประเทศประสบความสำเร็จ ผลงานที่สำคัญ คือ มีผู้รับบริการยาเม็ดคุมกำเนิด 2.35 ล้านคน เผยแพร่ยาเม็ดคุมกำเนิด 30 ล้านแผง และ ทำหมันชายกว่า 90,000 คน

การรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์

สมาคมฯ ดำเนินการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่กระจายและการป้องกันการติดเชื้อเอดส์ การให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ การดูแลให้กำลังใจ การรณรงค์เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อ การติดหรือแพร่เชื้อเอดส์ในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เช่น กลุ่มชายและหญิงบริการ เยาวชน นักเรียน และประชาชนทั่วไปโดยใช้สื่อ สิ่งพิมพ์ การให้ความรู้โดยผ่านอาสาสมัคร การบรรยาย การจัดนิทรรศการ การจัดกิจกรรมพิเศษ สมาคมฯ ดำเนินโครงการ 150 โครงการ โดยมีโครงการเงินกู้เพื่อชีวิต ได้รับการยกย่องให้เป็นโครงการยอดเยี่ยมของ UNAIDS

โครงการ AIDS ปาท่องโก๋ หรือ โครงการ “เงินกู้เพื่อชีวิต”

โครงการปาท่องโก๋ มีพัฒนาการมาจาก การที่สมาคมฯ มุ่งหวังให้ผู้ติดเชื้อมีโอกาสทางสังคม ไม่เป็นภาระแก่ครอบครัว จึงได้ริเริ่มดำเนินโครงการ AIDS ปาท่องโก๋ขึ้น ตั้งแต่ปีพ.ศ.2544 มีการสนับสนุนเงินทุนกู้ยืม ให้แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ได้มีแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปประกอบอาชีพ โดยมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญ คือ ผู้กู้ยิมเงินทุนนี้ได้ต้องเป็น คนปกติ จับคู่กับ ผู้ที่ติดเชื้อHIV (ลักษณะเหมือนคู่ปาท่องโก๋) ซึ่งอาจจะเป็นญาติ เป็นเพื่อน หรือเป็นพ่อแม่ก็ได้

โดยมีหน่วยงานที่ให้คามสนใจและสนับสนุนการดำเนินงานโครงการนี้ ได้แก่ UNAIDS ต่อมาได้มีหน่วยงานและองค์กรที่สนใจเข้ามาร่วมสนับสนุนเพิ่มเติมอีก เช่น สถานทูตอังกฤษ ธนาคารกรุงเทพ กลุ่มสตรี APEC NOVARTIS NORWAY FHI PFIZER USAID และ PACT

เงินที่ให้กู้จะใช้เป็นทุนประกอบอาชีพ ซึ่งที่ผ่านมามีอัตราการคืนเงินกู้ร้อยละ 87 นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก UNDP Regional Office ประเทศศรีลังกาให้ดำเนินโครงการด้านโรคเอดส์ใน 3 ประเทศ คือ ประเทศ จีน อินเดีย และกัมพูชา

สมาคมฯ ยังคงดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ในรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐและเอกชนนำไปพัฒนาปรับใช้ในแต่ละพื้นที่เพื่อให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของท้องถิ่นต่อไป

การพัฒนาแหล่งน้ำและสุขาภิบาลชุมชน

สมาคมฯ ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและสุขาภิบาลชุมชน มาตั้งแต่ พ.ศ. 2523 โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ฝึกอบรมชาวบ้านเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ในการก่อสร้าง ให้เป็นช่างอาสา และเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนให้ทำหน้าที่บริหารจัดการ ในรูปของคณะกรรมการ โดยได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตรในหลายรูปแบบ ทำให้สภาพแวดล้อมของชุมชนดีขึ้น อัตราการแพร่เชื้อโรคทางเดินอาหารและพยาธิลดน้อยลง

หลักการสำคัญของการดำเนินงาน คือ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประชุมวางแผนการดำเนินงาน การก่อสร้าง การบริหารจัดการ การซ่อมบำรุง

โครงการสำคัญๆ ได้แก่ โครงการน้ำเพื่อชีวิต โครงการจัดการน้ำสะอาดเพื่อชุมชน ซึ่งได้รับการรับรองจากธนาคารโลก (World Bank) ว่าเป็นระบบน้ำประปาดีเด่นเป็นต้นแบบของระบบประปาหมู่บ้านโดยได้มีการขยายโครงการสร้างโอ่งยักษ์ไปยังประเทศสหพันธ์สาะรณประชาธิปไตยประชาชนลาว ในภาพรวมได้สร้างถังเก็บน้ำฝน 20,089 ใบ โอ่งยักษ์ 20,089 ใบ บ่อน้ำตื้นและบ่อน้ำลึก 1,200 บ่อ ประปาหมู่บ้าน 215 แห่ง ประปาภูเขา 45 แห่ง ฝายน้ำล้น 22 แห่ง บาดาลลอยฟ้า หรือธนาคารผัก ซึ่งเป็นระบบการจัดส่งส่งน้ำเพื่อการเกษตร 176 ระบบ บ่อบำบัดน้ำเสีย 109 แห่ง บ่อกำจัดขยะ 8 บ่อ และสร้างส้วม 16,102หลัง ประชากรที่รับประโยชน์มากกว่า 200,000 ครัวเรือน

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สมาคมฯ ได้ริเริ่ม การปลูกป่าในพื้นที่สาธารณะ โดยมีชาวบ้านร่วมกันเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการปลูกป่าชุมชน ดูแลรักษาและจัดสรรผลประโยชน์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 และมีการขยายพื้นที่ปลูกป่าทั่วประเทศ ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชน เช่น โครงการปลูกป่าถาวร 1 ล้านไร่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉลองสิริราชย์สมบัติครบ 50 ปี ซึ่งสนับสนุนโดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยการปลูกกระถินยักษ์ คูณ ไผ่ ขี้เหล็ก สะเดา ตะเคียนทอง สัก ประดู่ มะค่าโมง ไม้เบญจพรรณ และไม้โตเร็วอื่นๆ มีการรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำ (ป่าพรุ) ในจังหวัดนครศรีธรรมราชและพัทลุง อันเป็นต้นน้ำของทะเลน้อยและทะเลสาบสงขลา การปลูกป่าและการจัดพื้นที่แนวชายฝั่งในจังหวัดกระบี่ และพังงา การสร้างสวนสาธารณะระดับตำบลในจังหวัดราชบุรี การบวชป่า ในจังหวัดมหาสารคามและขอนแก่น การอนุรักษ์ดินและน้ำ ในโครงการพัฒนาเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และการส่งเสริมให้มีหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรและชาวนานำร่องเพื่อเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์ต่อไป

นอกจากนี้ ได้จัดตั้งองค์กรท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์ เช่น ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติในหมู่บ้านรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การอนุรักษ์ผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ชมรมอนุรักษ์คลองบางป่า จังหวัดราชบุรี รวมทั้งการจัดตั้งชมรมสิ่งแวดล้อมและโครงการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน 282 โครงการ รวมทั้งการจัดทำคู่มือครูเพื่อการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมชุมชนในโรงเรียน การผลิตเอกสารสิ่งพิมพ์เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์สัตว์ป่า

ปัจจุบันสมาคมฯ ได้จดทะเบียนเป็นองค์กรด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

การบรรเทาสาธารณภัยชุมชนและการสังคมสงเคราะห์

ในปี พ.ศ. 2533 ได้ดำเนินการบรรเทาทุกข์แก่ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา ลาว และ เวียดนาม ในค่ายผู้ลี้ภัย 6 แห่ง ได้แก่ ค่ายเขาอีด่าง ค่ายสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี ค่ายพระยากำพูชา จังหวัดจันทบุรี ค่ายไม้รูด จังหวัดตราด ค่ายกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ และ ค่ายพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ตามชายแดนไทย โดยการให้ความรู้คำแนะนำและบริการด้านการวางแผนครอบครัว การตรวจรักษาสุขภาพอนามัย การพัฒนาฝีมือแรงงาน การจัดหาตลาด ตลอดจนการจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคให้ตามความจำเป็นสำหรับการช่วยเหลือชาวไทยที่ประสบปัญหาได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม โดยจะส่งเสริมให้มีวิชาชีพติดตัวเพื่อช่วยเหลือตนเองในอนาคต รวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กมีชัยเคลื่อนที่ ในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้สมวัย ศูนย์ต่อต้านการข่มขืนและโครงการบ้านธารน้ำใจช่วยเหลือดูแลเด็กกำพร้าที่มารดาติดเชื้อเอดส์ ในปี พ.ศ.2548-2555 ได้จัดทำโครงการชีวิตใหม่หลังสึนามิ เพิ่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบภัย คลื่นยักษ์สึนามิ ในจังหวัดกระบี่ พังงา และ ภูเก็ต โดยดำเนินกิจกรรมสำคัญๆ คือ เกษตรเพื่ออาหารกลางวัน การจ้างงานระยะสั้น การพัฒนาอาชีพ ธนาคารเรือ ธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน การปลูกป่าและจัดการพื้นที่แนวชายฝั่ง ทุนการศึกษา และการจัดค่ายเยาวชน

การพัฒนาคุณภาพชีวิต

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 สมาคมฯ ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานต่างๆ ให้เข้าไปดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่เฉพาะ เช่น โครงการปตท.พัฒนาหมู่บ่านตามแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทย-สหภาพพม่า จำนวน 45 หมู่บ้าน ระยะเวลาดำเนินการ 17 ปี (พ.ศ. 2541- 2558) โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอำเภอแม่เมาะ บริเวณพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จำนวน 44 หมู่บ้าน ระยะเวลาดำเนินการ 9 ปี (พ.ศ. 2548-2556) โครงการโรงไฟฟ้าราชบุรีพัฒนา บริเวณพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าราชบุรี จำนวน 84 หมู่บ้าน ระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี (พ.ศ.2548-2552) โครงการชีวิตใหม่หลังสึนามิ บริเวณพื่นที่หมู่บ้านชายฝั่งทะเลอันดามัน จำนวน 100 หมู่บ้าน ระยะเวลาดำเนินงาน 8 ปี (พ.ศ.2548-2555) โครงการเครือเบทาโกรพัฒนา ในตำบลช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี จำนวน 13 หมู่บ้าน ระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี (พ.ศ.2550-2555) โครงการเชฟรอน พลังใจ พลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 50 หมู่บ้าน ระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี (พ.ศ. 2554-2559)

การส่งเสริมประชาธิปไตย และความเสมอภาคชายหญิง

การส่งเสริมประชาธิปไตย และความเสมอภาคชายหญิง เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาแนวคิดประชาธิปไตย และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ชาย ผู้หญิง ได้มีความเท่าเทียมกัน รู้จักสิทธิหน้าที่ ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นระบบและมีความสุข เป็นโครงการที่สมาคมฯ ดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541-ปัจจุบัน ภายใต้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์

การพัฒนาชนบทโดยภาคธุรกิจเอกชน

การเชิญชวนหน่วยงานภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาชนบท สมาคมฯ ได้ดำเนินการชักชวนให้บริษัทธุรกิจเอกชนที่มีจิตใจดี และมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคมเข้าไปร่วมพัฒนาชนบทใน “โครงการธุรกิจเพื่อสังคม” ซึ่งเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2531 โครงการนี้ช่วยให้บริษัทที่มีแนวคิดในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบทตามนโยบาย ทรัพยากร และความสามารถของบริษัท เพื่อถ่ายทอดคววามรู้ความสามารถในด้านการจัดการ การผลิต การเงินและการตลาดให้แก่ชาวบ้านที่ยังขาดโอกาสในการสร้างรายได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชาวชนบท ในด้านการเรียนรู้ การดำเนินธุรกิจ เป็นการส่งเสริมให้ชาวชนบทมีอาชีพและรายได้มากขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานไปหางานทำ ในการดำเนินงานบริษัทจะเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายและร่วมดำเนินการ สมาคมฯ จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ประสานการดำเนินงานและติดตามประเมิณผลโครงการ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผลงาน นับเป็นโครงการที่นำเอาความเชี่ยวชาญทางการประกอบธุรกิจของบริษัท และการพัฒนาชนบทของสมาคมฯ เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งต่อมาได้พัฒนารูปแบบมาเป็นโครงการร่วมพัฒนาหมู่บ้าน (Village Development Partnership: VDP) โดยมีบริษัทธุรกิจเอกชนมากกว่า 120 บริษัท ได้เข้าร่วมเป็นภาคีพัฒนาหมู่บ้านมากกว่า 200 โครงการ นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการในการนำอุตสาหกรรมสู่ชนบท โดยได้ชักชวนบริษัทต่างๆ ไปจัดตั้งโรงงานในชนบท ทำให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 5,000 คน ต่อปี ก่อให้เกิดรายได้โดยตรงกับชาวบ้านปีละประมาณ 440 ล้านบาท

การส่งเสริมศักยภาพของเด็ก เยาวชน และสตรี

เด็ก เยาวชน และสตรี เป็นกลุ่มเป้าหมายที่สมาคมฯ ให้ความสำคัญมีการให้ทุนการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียนยากจนในเขตชนบทและเขตเมืองระดับอนุบาล-ระดับปริญญาตรี ในปี พ.ศ. 2537-2558 ได้สนับสนุนทุนการศึกษาต่อเนื่องไปแล้ว 9,000 ทุน รวมทั้งการสร้างโรงเรียนมีชัยพัฒนา ที่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กในชนบทโดยให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตและเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาชุมชน สำหรับเยาวชน อายุ 14-24 ปี ได้ส่งเสริมให้เรียนรู้เรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปองค์การบริหารเยาวชนหมู่บ้าน หรือ อบย. เพื่อเป็นแกนนำในการพัฒนาชุมชนของตนด้วยการฝึกอบรม ให้ความรู้ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และการสนับสนุนทุนและฝึกอาชีพให้แก่เยาวชน รวมทั้งมีการจัดตั้งห้องสมุดของเล่นจำนวน 191 แห่ง มีผู้บริจาคของเล่นมากกว่า 300 ราย โดยมีของเล่นสำหรับเด็กจำนวน 128,840 ชิ้น

นอกจากนี้ได้ส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทในงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ทั้งในด้านการมีอาชีพมีรายได้เสริมให้กับครอบครัว ดูแลสุขภาพอนามัยและสภาพแวดล้อม และการเปิดโอกาสให้สตรีเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น

การเผยแพร่ความรู้ประสบการณ์ การศึกษาวิจัยและสารสนเทศ

สมาคมฯ ได้เผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ เอกชน องค์การสาธารณประโยชน์และภาคประชาชนทั้งในและนอกประเทศ ด้วยการฝึกอบรมสัมมนา การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นแบบอย่างในการพัฒนา โดยนำผลสำเร็จในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมฯ มาเป็นกรณีศึกษา ศูนย์พัฒนาประชากรและชุมชนแห่งเอเชีย เป็นหน่วยงานดำเนินการจัดฝึกอบรมนานาชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปแล้วจำนวน 3500 คน จาก 50 ประเทศ และอีก 12000 คน จาก 54 ประเทศทั่วโลก ได้มาศึกษาดูงานของสมาคมฯ

นอกจากนี้ยังมีระบบการติดตามและประเมินผลโครงการพัฒนาทุกโครงการของสมาคมฯอย่างต่อเนื่อง มีการนำระบบสารสนเทศมาดำเนินงาน รวมทั้งการรับงานศึกษาวิจัยจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งในระหว่างปี 2543-2558 มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชนและสถาบันการศึกษามากกว่า 10 แห่ง มอบหมายให้สมาคมฯ เป็นผู้ดำเนินการศึกษาวิจัยให้

นอกจากนี้ได้ส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทในงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ทั้งในด้านการมีอาชีพมีรายได้เสริมให้กับครอบครัว ดูแลสุขภาพอนามัยและสภาพแวดล้อม และการเปิดโอกาสให้สตรีเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น

โครงการที่กำลังดำเนินการ

  • โครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตลาด และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนชนบท ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล

เป็นโครงการที่ดำเนินกิจกรรมผ่านกระบวนการอบรมที่สื่อให้เห็นถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และมีการฝึกปฏิบัติ เพื่อสร้างการรับรู้ว่าง่ายต่อการใช้งานให้กลุ่มเป้าหมาย ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ การยอมรับ และมีการใช้งานจริงให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมและอื่นๆ  เป็นการเพิ่มโอกาสทางอาชีพให้กับประชาชนในชนบท และเพิ่มโอกาสการค้าขายสินค้าของชุมชนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล  กิจกรรมหลัก คือ การอบรม โดยจะมีการพัฒนาหลักสูตการอบรมให้เหมาะสม และสอดคล้องกับพื้นฐานความรู้และทักษะดิจิทัลของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่  เชียงราย นครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม บุรีรัมย์ กาญจนบุรีนครศรีธรรมราช (และพังงา)  และกระบี่

  • โครงการ ต้นไม้เพื่อเรา

โครงการ “ต้นไม้เพื่อเรา” อีกหนึ่งรูปแบบของการรณรงค์เพื่อลดปัญหาของสภาวะ อากาศด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหมดปัญหากับการหาพื้นที่สำหรับปลูกป่าที่ยุ่งยากและดูแลลำบาก

โครงการนี้ สนับสนุนให้ทุกคนในชุมชนสามารถร่วมกันปลูกต้นไม้โดยเฉพาะไม้ยืนต้นในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นรอบบ้าน หัวไร่ปลายนา ริมถนนหรือที่ว่างต่างๆ โดยผ่านความเห็นชอบและข้อตกลง ร่วมกันของคณะกรรมการระดับหมู่บ้านที่จัดตั้ง
ในระยะแรกของโครงการฯ จะนำร่องดำเนินการ ในชุมชน 4 อำเภอของ 4 ภูมิภาค

  • ภาคเหนือ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
  • ภาคกลาง อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
  • ภาคใต้ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

ต้นไม้แต่ละต้นจะได้มาด้วยการส่งเสริมให้เพาะกล้าของตนเอง ขอสนับสนุนจากภาครัฐหรือเอกชน หรือขอรับบริจาคจากบุคคลทั่วไปที่ต้องการจะมีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแต่อาจไม่มีเวลาหรือไม่พร้อมที่จะปลูกเอง ต้นไม้ที่ปลูกแล้วแต่ละต้น จะมีการติดตามและดูแลให้อยู่รอดโดยชุมชน

  • โครงการ การฟื้นฟูชุมชนเมือง จากวิกฤติโควิด-19

วัตุประสงค์

1.ส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตอาหารภายในชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยเน้นให้แก่กลุ่มที่เปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

2.ส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19ในพื้นที่ชุมชน

กิจกรรม

1.การเสริมสร้างสุขภาพอนามัย การป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมอบถุงยังชีพที่ประกอบด้วยอาหาร และอุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายโควิด-19

2.การสนับสนุนการทำเกษตรในพื้นที่จำกัด เป็นกิจกรรมอบรมความรู้ผ่านระบบออนไลน์ เกี่ยวกับการปลูกผักเพื่อเป็นอาหารภายในครอบครัว