โครงการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชนบท (สอช.)

The Promotion of Rural Industrial Development Project (PRID)

ปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงในสังคมชนบทส่วนใหญ่เกิดมาจากสภาพทางเศรษฐกิจที่ต้องทำให้คนรุ่นหนุ่มสาวต้องละทิ้งครอบครัวเพื่อเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯหรือเมืองใหญ่ ครัวเรือนในชุมชนส่วนใหญ่คงเหลือแต่ผู้สูงอายุและเด็กงานภาคการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักขาดแคลนแรงงานที่จะทำ ไร่นาถูกทิ้งร้างหรือประกาศขาย การสร้างงานในชนบทเพื่อให้ครอบครัวชนบทได้ใช้เป็นแหล่งรายได้ควบคู่กับการทำเกษตรของครอบครัวจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยให้สังคมในชนบทไทยอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ได้เริ่มจัดทำและดำเนินโครงการพัฒนาชนบทด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม มาตั้งแต่ปี 2532 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก CIDA ประเทศแคนาดา ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีการเชิญชวนหน่วยงานภาคธุรกิจให้ขยายฐานการผลิตมาสู่ชนบทในพื้นที่อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ สามารถพัฒนาให้องค์กรชาวบ้านเข้ามาร่วมลงทุนเป็นผู้ประกอบการได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมในการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ต่อมาในปี 2537 นายมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมฯ ได้เรียนเชิญนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม(ในขณะนั้น)และคณะ มาศึกษาดูงานที่ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานนางรอง เห็นว่าธุรกิจอุตสาหกรรมสามารถสร้างความเข้มแข็งและมั่นคง รวมทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ราษฎรในชนบท จึงได้หาแนวทางขยายผลและผลักดันให้เป็นนโยบายของภาครัฐ ส่งผลให้เกิดเป็นโครงการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชนบท (สอช.)ขึ้นในปี 2539 โดยนายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ร่วมกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนในฐานะที่ปรึกษาโครงการฯ ดำเนินการเชิญชวนภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีโรงงานผลิตส่วนใหญ่อยู่ในเมืองได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบท ด้วยการขยายหรือกระจายการผลิตไปสู่ชนบทได้อย่างมั่นใจ เกิดการสร้างงานและทักษะให้แก่ชาวชนบท ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดการอพยพแรงงานเข้าสู่เมืองใหญ่ ซึ่งสมาคมฯเรียกกิจกรรมนี้ว่า “การย้ายเครื่องจักรไปหาคน แทนการย้ายคนไปหาเครื่องจักร” ชาวบ้านสามารถดำเนินการผลิตหรือมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของธุรกิจ สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มราษฎรและเศรษฐกิจของชุมชนในชนบทให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ การดำเนินงานเป็นลักษณะความร่วมมือ 3 ประสาน ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และราษฎรในท้องถิ่นรวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) โดยใช้พื้นที่ของศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานของสมาคมฯ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตก รวม 7 แห่ง ได้แก่ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ศูนย์ฯ มหาสารคาม ศูนย์ฯพุทไธสง ศูนย์ฯนางรอง ศูนย์ฯลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์ฯ จักราช จังหวัดนครราชสีมาและศูนย์ฯ ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่รองรับการขยายการผลิต รวมถึงการจัดหาแรงงานในพื้นที่เข้ารับการฝึกอบรมในสายงานผลิตต่างๆและรับเข้าทำงาน
จากแนวคิดที่สมาคมฯ ได้ดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ทำให้โครงการฯนี้ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่ฉบับที่ 8 (ปี 2540-2544) จนถึงฉบับที่ 10 (ปี 2549-2552) และยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังคงเปิดรับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่สนใจเข้าร่วมโครงการในพื้นที่ต่างๆ ที่สมาคมฯได้จัดเตรียมไว้
ผลสำเร็จของการดำเนินโครงการฯจนถึงปัจจุบัน มีภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเข้าร่วมในโครงการแล้วมากกว่า 45 บริษัท สามารถสร้างรายได้จากการจ้างแรงงานในชนบทสะสมกว่า 8,800 ล้านบาท และมีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการ 20,000 คน